คู่มือเลือก EV Charger ที่บ้าน เทียบ 3.5 7 11 และ 22 กิโลวัตต์

คำถามแรกที่คนเพิ่งซื้อรถไฟฟ้าถามคือ “ซื้อที่ชาร์จกี่ kW ดี” และคำตอบที่คนส่วนใหญ่ได้ยินคือ “ยิ่งแรงยิ่งดี”

ซึ่งไม่จริงเสมอไป และอาจทำให้คุณเสียเงินฟรีหลายพันบาท

เหตุผลง่าย ๆ คือ ความเร็วในการชาร์จไฟบ้าน (AC) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องชาร์จอย่างเดียว แต่ถูกจำกัดด้วย ตัวแปลงไฟในรถ (On-board Charger) ด้วย ถ้ารถคุณรับได้แค่ 7 kW ต่อให้ติดเครื่องชาร์จ 22 kW ก็ชาร์จได้เท่าเดิมเป๊ะ

บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือกขนาดที่พอดีกับรถและบ้านของคุณจริง ๆ พร้อมราคาและเวลาชาร์จที่คำนวณให้ดูทีละรุ่น

คู่มือเลือก EV Charger ที่บ้าน เทียบ 3.5 7 11 และ 22 กิโลวัตต์
เลือกขนาด EV Charger ให้พอดีกับรถและระบบไฟบ้าน ไม่ใช่เลือกตัวที่แรงที่สุด

กฎข้อเดียวที่ต้องจำ: รถเป็นตัวกำหนดเพดาน

เวลาชาร์จไฟบ้านจะถูกจำกัดด้วยค่าที่น้อยกว่าระหว่าง 2 อย่างนี้

  1. กำลังของเครื่องชาร์จ ที่คุณติดตั้ง
  2. กำลังรับไฟ AC สูงสุดของรถ หรือ On-board Charger

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ BYD ATTO 3 มีตัวแปลงไฟในรถรับได้สูงสุดประมาณ 7 kW ดังนั้น

เครื่องชาร์จที่ติดตั้งรถรับได้จริงเวลาชาร์จ 0–100%
3.5 kW3.5 kWประมาณ 17 ชั่วโมง
7 kW7 kWประมาณ 9 ชั่วโมง
11 kW7 kWประมาณ 9 ชั่วโมง
22 kW7 kWประมาณ 9 ชั่วโมง

เห็นไหมครับว่าจาก 7 kW ขึ้นไป จ่ายเพิ่มแล้วไม่ได้อะไรเลย สำหรับรถคันนี้

ก่อนซื้อเครื่องชาร์จ ให้เปิดคู่มือรถหรือสเปกออนไลน์ แล้วหาคำว่า “On-board Charger” หรือ “AC Charging” ว่ารถรับได้กี่ kW นี่คือตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจ

ตัวอย่างรถที่ขายในไทย

รุ่นความจุแบตเตอรี่รับไฟ AC สูงสุด
BYD ATTO 360.5 kWhประมาณ 7 kW
BYD Dolphin50.3 kWh (รุ่นไทย)7–11 kW แล้วแต่รุ่นย่อย
BYD Seal61.4 / 82.5 kWh7 kW (บางตลาด 11 kW)

ตัวเลขอาจต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต ควรตรวจสอบกับคู่มือรถของคุณเองอีกครั้ง


ระบบไฟบ้านเป็นตัวจำกัดอีกชั้น

ต่อให้รถรับไฟได้เยอะ ระบบไฟบ้านก็ต้องรองรับด้วย

ไฟ 1 เฟส กับ 3 เฟส ต่างกันอย่างไร

บ้านส่วนใหญ่ในไทยใช้ ไฟ 1 เฟส ซึ่งรองรับเครื่องชาร์จได้สูงสุดประมาณ 7 kW

ส่วนเครื่องชาร์จ 11 kW และ 22 kW ต้องใช้ไฟ 3 เฟส เท่านั้น ถ้าบ้านคุณเป็น 1 เฟส จะติดตั้งไม่ได้ ต้องขอเปลี่ยนเป็น 3 เฟสกับการไฟฟ้าก่อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและใช้เวลาดำเนินการ

วิธีเช็กว่าบ้านเป็นกี่เฟส

ดูที่มิเตอร์ไฟหน้าบ้าน

  • มิเตอร์ 1 เฟส จะเขียนประมาณ 15(45)A หรือ 30(100)A และมีสายเข้า 2 เส้น
  • มิเตอร์ 3 เฟส จะเขียน 15(45)A 3P หรือ 30(100)A 3P และมีสายเข้า 4 เส้น

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถ่ายรูปมิเตอร์แล้วส่งให้ช่างดู หรือโทรถามการไฟฟ้าในพื้นที่

ขนาดมิเตอร์ก็สำคัญ

ถ้าบ้านใช้มิเตอร์ 5(15)A ซึ่งเป็นขนาดเล็ก จะรองรับเครื่องชาร์จไม่ไหว ต้องขอขยายเขตเป็น 15(45)A ขึ้นไปก่อน

สรุปง่าย ๆ คือ ต้องเช็ก 3 อย่าง รถรับได้กี่ kW · บ้านเป็นกี่เฟส · มิเตอร์ขนาดเท่าไหร่ แล้วค่อยเลือกเครื่องชาร์จ

เช็ก 3 อย่างก่อนเลือก EV Charger คือกำลังรับไฟของรถ ระบบไฟบ้าน และขนาดมิเตอร์
เช็ก 3 อย่างก่อนตัดสินใจ รถรับได้กี่ kW บ้านเป็นกี่เฟส และมิเตอร์ขนาดเท่าไหร่

เทียบ 4 ขนาด พร้อมราคา

EV Charger พกพาSM-EV7KSM-EV11KSM-EV22K
กำลังไฟ3.5 kW7 kW11 kW22 kW
กระแส16A32A16A32A
ระบบไฟ1 เฟส1 เฟส3 เฟส3 เฟส
รูปแบบพกพาติดผนังติดผนังติดผนัง
สายชาร์จ5 เมตร—5 เมตร5 เมตร
มาตรฐานกันน้ำ—IP65IP65IP65
เชื่อมต่อแอป—WiFi + OCPP 1.6J——
ราคา4,900 บาท12,500 บาท16,000 บาท20,000 บาท

ราคารวม VAT 7% แล้ว แต่ยังไม่รวมค่าขนส่งและค่าติดตั้ง


เวลาชาร์จจริงแต่ละขนาด

สมมติรถแบตเตอรี่ 60 kWh (ขนาดที่พบบ่อยที่สุดในไทย) ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ซึ่งเป็นช่วงที่คนใช้จริงในชีวิตประจำวัน เท่ากับต้องเติมไฟประมาณ 36 kWh

กำลังเครื่องชาร์จเวลาชาร์จ 20–80%เวลาชาร์จ 0–100%เหมาะกับ
3.5 kWประมาณ 11 ชั่วโมงประมาณ 18 ชั่วโมงขับน้อย ชาร์จข้ามคืนทุกวัน
7 kWประมาณ 5.5 ชั่วโมงประมาณ 9 ชั่วโมงบ้านทั่วไป ใช้งานประจำวัน
11 kWประมาณ 3.5 ชั่วโมงประมาณ 6 ชั่วโมงขับเยอะ หรือมีรถ 2 คัน
22 kWประมาณ 1.5 ชั่วโมงประมาณ 3 ชั่วโมงธุรกิจ ฟลีตรถ ที่พักให้เช่า

อย่าลืมว่าตัวเลข 11 และ 22 kW จะได้จริงก็ต่อเมื่อรถคุณรับไฟได้ขนาดนั้น ถ้ารถรับได้แค่ 7 kW ตัวเลขสองแถวล่างจะเท่ากับแถว 7 kW ทั้งหมด

เปรียบเทียบเวลาชาร์จและราคาเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า 3.5 7 11 และ 22 กิโลวัตต์
เวลาชาร์จ 20–80% ของรถแบตเตอรี่ 60 kWh เทียบกับราคาเครื่องชาร์จแต่ละขนาด

คิดเป็นค่าไฟเท่าไหร่

ที่ค่าไฟประมาณ 4.20 บาทต่อหน่วย การชาร์จ 36 kWh จะมีค่าไฟประมาณ 151 บาท ไม่ว่าจะใช้เครื่องชาร์จขนาดไหน

ขนาดเครื่องชาร์จไม่ได้ทำให้ค่าไฟต่างกัน มันเปลี่ยนแค่ความเร็ว เพราะค่าไฟคิดตามหน่วยที่ใช้ ไม่ใช่ตามความเร็วที่จ่าย

ถ้าต้องการประหยัดค่าไฟจริง ๆ ให้ดูเรื่อง อัตรา TOU (Time of Use) ซึ่งคิดค่าไฟช่วงกลางคืนถูกกว่า เหมาะกับคนที่ชาร์จรถตอนกลางคืนอยู่แล้ว


แล้วควรเลือกรุ่นไหน

เลือก EV Charger พกพา 3.5 kW เมื่อ…

  • ขับวันละไม่เกิน 50–60 กิโลเมตร และชาร์จข้ามคืนได้ทุกวัน
  • อยากได้ตัวสำรองไว้ท้ายรถ เผื่อไปบ้านญาติหรือต่างจังหวัด
  • ยังไม่อยากลงทุนติดตั้งถาวร อยากลองใช้ก่อน
  • เช่าบ้านอยู่ ย้ายออกแล้วเอาไปด้วยได้

ข้อควรระวัง: เครื่องชาร์จพกพาเสียบกับเต้ารับบ้านทั่วไป ต้องเป็นเต้ารับที่รองรับ 16A และมีสายดิน ห้ามใช้ผ่านปลั๊กพ่วงเด็ดขาด

เลือก SM-EV7K 7 kW เมื่อ…

  • บ้านเป็นไฟ 1 เฟส ซึ่งเป็นกรณีของบ้านส่วนใหญ่ในไทย
  • รถรับไฟ AC ได้ 7 kW ซึ่งครอบคลุมรถ EV ส่วนใหญ่ที่ขายในไทย
  • ต้องการชาร์จเต็มข้ามคืนได้สบาย ๆ
  • อยากได้ระบบเชื่อมต่อแอปเพื่อดูประวัติการชาร์จและตั้งเวลา

นี่คือรุ่นที่เหมาะกับบ้านทั่วไปมากที่สุด และรองรับ OCPP 1.6J ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางที่ใช้กับระบบบริหารจัดการการชาร์จได้

เลือก SM-EV11K 11 kW เมื่อ…

  • บ้านมีไฟ 3 เฟสอยู่แล้ว
  • รถรับไฟได้ 11 kW
  • ขับเยอะ กลับบ้านดึกแล้วต้องออกเช้า เวลาชาร์จจำกัด
  • มีรถไฟฟ้า 2 คัน ต้องสลับชาร์จ

เลือก SM-EV22K 22 kW เมื่อ…

  • เป็นธุรกิจ ที่พักให้เช่า ร้านอาหาร หรือออฟฟิศที่ให้บริการลูกค้า
  • มีฟลีตรถไฟฟ้าที่ต้องชาร์จเร็วเพื่อหมุนเวียนใช้งาน
  • บ้านมีไฟ 3 เฟสขนาดใหญ่และรถรับไฟได้ 22 kW

สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป 22 kW มักจะเกินความจำเป็น เพราะรถส่วนใหญ่รับไม่ถึง และรถจอดอยู่บ้านข้ามคืน 8-10 ชั่วโมงอยู่แล้ว


ข้อควรระวังก่อนติดตั้ง

1. ต้องใช้ช่างไฟที่มีใบอนุญาต งานเดินสายไฟสำหรับเครื่องชาร์จรถไฟฟ้าเป็นงานที่มีความเสี่ยง ควรใช้ช่างที่มีใบอนุญาตและเก็บเอกสารการติดตั้งไว้ เผื่อต้องใช้เคลมประกัน

2. ต้องมีเบรกเกอร์และระบบกันไฟรั่วแยกวงจร ห้ามต่อพ่วงกับวงจรเดิมที่ใช้ร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น

3. ต้องมีสายดินที่ได้มาตรฐาน ข้อนี้สำคัญที่สุดเรื่องความปลอดภัย

4. อยู่คอนโดต้องขออนุญาตนิติบุคคลก่อน และต้องเช็กว่าระบบไฟของอาคารรองรับหรือไม่

5. ตำแหน่งติดตั้งต้องสัมพันธ์กับช่องเสียบของรถ สายชาร์จยาว 5 เมตร ควรวัดระยะจากจุดติดตั้งถึงช่องเสียบรถในตำแหน่งที่จอดจริง

รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการเตรียมระบบไฟ อ่านได้ที่บทความ ข้อควรรู้ก่อนติดตั้ง EV Charger รถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านหรืออาคาร


คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ติดเครื่องชาร์จแรงกว่าที่รถรับได้ จะเสียหายไหม?

ตอบ: ไม่เสียหายครับ ระบบจะจ่ายไฟเท่าที่รถรับได้เท่านั้น แต่เงินส่วนต่างที่จ่ายไปจะไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมา

ถาม: บ้านไฟ 1 เฟส ติด 22 kW ได้ไหม?

ตอบ: ไม่ได้ครับ เครื่องชาร์จ 11 kW และ 22 kW ต้องใช้ไฟ 3 เฟส ถ้าอยากติดต้องขอเปลี่ยนระบบไฟกับการไฟฟ้าก่อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลา

ถาม: ชาร์จด้วยเครื่องแรง ๆ ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วไหม?

ตอบ: การชาร์จ AC ที่บ้านทุกขนาดถือว่าอ่อนโยนกับแบตเตอรี่ ตัวที่ทำให้เสื่อมเร็วกว่าคือการชาร์จเร็ว DC ที่สถานีบ่อย ๆ และการชาร์จเต็ม 100% ทิ้งไว้นาน ๆ

ถาม: ค่าไฟชาร์จรถเดือนละเท่าไหร่?

ตอบ: ถ้าขับวันละ 50 กิโลเมตร ใช้ไฟประมาณ 8-10 หน่วยต่อวัน ตกเดือนละประมาณ 1,000-1,300 บาท ที่ค่าไฟ 4.20 บาทต่อหน่วย ถ้าใช้อัตรา TOU ชาร์จกลางคืนจะถูกลงกว่านี้

ถาม: ต้องแจ้งการไฟฟ้าก่อนติดตั้งไหม?

ตอบ: ควรแจ้งครับ โดยเฉพาะถ้าต้องขยายขนาดมิเตอร์หรือเปลี่ยนเป็น 3 เฟส และบางพื้นที่กำหนดให้แจ้งก่อนติดตั้งเครื่องชาร์จ ควรสอบถามการไฟฟ้าในพื้นที่

ถาม: เครื่องชาร์จพกพาใช้แทนแบบติดผนังได้เลยไหม?

ตอบ: ใช้แทนได้ถ้าขับไม่เยอะ แต่ช้ากว่ามาก และต้องมีเต้ารับที่รองรับ 16A พร้อมสายดิน ไม่ควรใช้เป็นตัวหลักถ้าต้องชาร์จทุกวัน

ถาม: OCPP คืออะไร จำเป็นไหม?

ตอบ: เป็นมาตรฐานกลางที่ทำให้เครื่องชาร์จคุยกับระบบบริหารจัดการการชาร์จได้ สำหรับบ้านทั่วไปไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นอาคาร ที่พักให้เช่า หรือต้องการเก็บเงินค่าชาร์จ จะมีประโยชน์มาก

ถาม: ติดโซล่าเซลล์แล้วชาร์จรถตอนกลางวันได้ไหม?

ตอบ: ได้ครับ และเป็นการใช้ไฟที่ผลิตเองคุ้มที่สุด เพราะไทยใช้ระบบ Net Billing ที่ขายไฟคืนได้ถูกกว่าราคาซื้อ การเอาไฟที่ผลิตได้มาชาร์จรถเองจึงดีกว่าขายคืน


สรุป

เลือกเครื่องชาร์จไม่ได้ดูที่ว่าแรงที่สุดคือดีที่สุด แต่ดูที่ ความพอดีระหว่างรถ บ้าน และพฤติกรรมการใช้งาน

  • ดูรถก่อน ว่า On-board Charger รับได้กี่ kW ซื้อเกินไปก็ไม่ได้ใช้
  • ดูบ้าน ว่าเป็นไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส และมิเตอร์ขนาดเท่าไหร่
  • ดูพฤติกรรม ว่าขับวันละกี่กิโลเมตร และรถจอดบ้านกี่ชั่วโมง

สำหรับบ้านทั่วไปในไทยที่ใช้ไฟ 1 เฟส และรถรับไฟได้ 7 kW รุ่น SM-EV7K ราคา 12,500 บาท คือจุดที่คุ้มที่สุด ชาร์จเต็มข้ามคืนได้สบาย และมีแอปให้ดูประวัติการชาร์จ

ส่วน 11 kW และ 22 kW จะคุ้มก็ต่อเมื่อบ้านมีไฟ 3 เฟสอยู่แล้ว รถรับไฟได้จริง และมีความจำเป็นต้องชาร์จเร็ว

ปรึกษาและสั่งซื้อ

ไม่แน่ใจว่าบ้านรองรับรุ่นไหน ทีมงาน Smartz Energy ช่วยประเมินหน้างานและแนะนำได้ ให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ พร้อมติดตั้งทั่วประเทศ

  • ☎️ โทร: 089-354-7894 / 091-696-4288
  • 🟩 LINE: @smartz
  • 📍 ที่อยู่: 34/58-59 ม.6 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
  • 🕗 จันทร์–เสาร์ 8:30–17:30 น.

ดูรายละเอียดสินค้า

บทความที่เกี่ยวข้อง